กลุ่ม Ransom Busters แอบเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของกลุ่มค่าไถ่ (Ransomware) และขอเงินค่าไถ่ระหว่าง 20,000-60,000 ดอลลาร์เพื่อลบข้อมูลที่ถูกขโมยไป โดยอ้างว่ามีความสามารถในการแฮกและควบคุมเซิร์ฟเวอร์ของคู่ต่อสู้ อย่างไรก็ตาม GuidePoint Research ระบุว่าพฤติกรรมนี้ไม่ปกติ เนื่องจากบริษัทความปลอดภัยมักเสนอความช่วยเหลือหลังเหตุการณ์เปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งนี้ Ransom Busters อาจเป็นกลุ่มอาชญากรรมที่ไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมาย ตามข้อหาที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติความผิดทางคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ การวิเคราะห์ของ GuidePoint ชี้ว่ากลุ่ม Ransom Busters ใช้เทคนิคการแฮกที่ซับซ้อน รวมถึงการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (data analysis tools) และการเข้าถึงระบบด้วยการโจมตีแบบ zero-day ทั้งนี้ กลุ่มยังมีการเชื่อมโยงกับกลุ่ม UNC6671 ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการโจมตีทางไซเบอร์แบบเป็นระบบ (systematic cyberattacks) และการใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น API ที่ไม่ได้รับการอนุญาต (unauthorized API) และการเข้ารหัสข้อมูลแบบเฉพาะตัว (custom encryption) การโจมตีของ UNC6671 ได้รับการรายงานว่ามีการใช้เทคนิคการโจมตีแบบ multi-layered ที่รวมถึงการปลอมแปลงอีเมล (phishing) การโจมตีด้วยการเข้าถึงระบบผ่านช่องโหว่ (exploit-based attacks) และการใช้เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับ (stealth tools) ทั้งนี้ ผลกระทบของเหตุการณ์นี้อาจส่งผลต่อความปลอดภัยขององค์กรทั่วโลก โดยเฉพาะในแง่ของความเสียหายทางการเงินและข้อมูลที่ถูกขโมยไป
สรุปด้วย MAF Local AI · เนื้อหาต้นฉบับเป็นของแหล่งข่าว